การสัก

ในปัจจุบันการสักลายนั้นค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การสัก ลายธรรมดาทั่วไปหรือการสักยันต์ตามความเชื่อ ซึ่งตรงกันข้ามกับในอดีตที่การสักจะถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี เป็นคนน่ากลัวโหดเหี้ยม สาเหตุที่เป็นที่นิยมมากขึ้นนั่นก็เพราะว่าการสัก ถูกทำให้เป็นแฟชั่นมากยิ่งขึ้น และมีการยอมรับอย่างแพร่หลายแล้วว่าการสักเป็นเพียงศิลปะอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ในบทความนี้ เราไม่ได้จะมาพูดถึงแฟชั่นของการสักลายแต่อย่างใด แต่เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักการสักลายมากยิ่งขึ้น การสักลายเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ได้อย่างไร? เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยครับ

การสัก

การสัก เกิดขึ้นมาบนโลกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

หากจะให้ตอบอย่างแน่ชัดว่าการสักเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เดี๋ยวเราจะพาทุกท่านไปดูรอยสักที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่มนุษย์เคยค้นพบกันก่อนดีกว่า กับมัมมี่ที่มีชื่อว่า “เอิตซี” เป็นมัมมี่ที่มีอายุ 5,250 ปี มีสภาพสมบูรณ์เก่าแก่ที่สุดในยุโรปและยังมีรอยสักอยู่ตามตัวเป็นรูปกากบาทบ้าง เส้นสามเส้นบาง และเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ บนร่างกายอีกมากมาย แสดงให้เห็นว่าการสักมีมาตั้งแต่ยุคสมัยที่นานมาก ๆ แล้ว และไม่มีการปรากฏชัดเจนว่าการสักเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคสมัยใด มีเพียงแค่ข้อสันนิษฐานจากนักโบราณคดีว่าการสักอาจเกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์เลยก็เป็นได้

การสัก

การสักเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ได้อย่างไร

เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าพื้นฐานของการสักคืออะไร การสักเป็นการนำเข็มที่จุ่มสีมาทิ่มลงบนผิวหนัง เพื่อให้สีเข้าไปอยู่ในชั้นผิวหนังแล้วเกิดเป็นลวดลายที่มีสีสันอย่างที่เราต้องการ นั่นหมายความว่าการสักเป็นการสร้างบาดแผลอย่างหนึ่งบนผิวของเรา มาดูกันที่ “เอิตซี” ที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ เป็นมัมมี่ที่มีลายสักอยู่สองรูปแบบบนร่างกาย รูปแบบแรกคือการนำถ่านมาถูกับบาดแผลที่ถูกสร้างเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เอาไว้ รูปแบบที่สองคือเป็นลายสักที่เป็นเส้นตรงยาวเหมือนเศษหนามในสมุนไพรขูดผิวหนังลากไปตามบริเวณต่าง ๆ บนร่างกาย นี่คือการสักที่เก่าแก่และสภาพสมบูรณ์ที่สุดที่ค้นพบ แต่ถ้าหากไม่นับรอยสักบนตัวมัมมี่ที่สภาพสมบูรณ์ที่สุดอย่างเอิตซี ข้อมูลที่เก่าแก่กว่าที่เกี่ยวกับการสักนั้นก็คือรูปแกะสลักของหญิงสาวในอียิปต์ยุคสมัย 3500 ปีก่อนคริสตกาล ปรากฏเป็นลายสักคล้ายตาข่ายบนหน้าอก คล้ายกับการสักยันต์เพื่อประกอบพิธีกรรมความเชื่อบางอย่าง นั่นแสดงให้เห็นว่าการสักนั้นหากจะให้ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของการสักนั้นก็ยังไม่สามารถสรุปได้เช่นกัน แต่จากข้อสันนิษฐานของนักโบราณคดีได้กล่าวไว้ว่าต้นกำเนิดของการสักอาจจะมาจากความบังเอิญเกิดบาดแผลไม่ว่าจะด้วยเศษหนามหรืออะไรก็ตาม แล้วเกิดเป็นสีเป็นลวดลาย ทำให้การสักถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น

การสัก

จากความบังเอิญที่มนุษย์ค้นพบการสักลาย พัฒนามาเป็นการสักยันต์ตามความเชื่อต่าง ๆ และในปัจจุบันก็กลายมาเป็นการสักลายแฟชั่นที่มีหลากหลายรูปแบบมาก ๆ บอกเลยว่าถ้าอายุยืนมากพอ ทางเราก็อดใจรอไม่ไหวจริง ๆ ว่าในอนาคต การสักจะพัฒนาไปในรูปแบบไหนต่อไป แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://1dollar-tattoo-designs.com/ลายสัก-101/

 เครดิตภาพ

https://www.sanook.com/

https://th.erch2014.com/

https://www.dek-d.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published.